เมื่อพูดถึงของกินเล่นสำหรับคนไทย นอกจากสแน็กขนมขบเคี้ยวแล้ว หลายคนนึกถึง “ผลไม้ดอง” หรือ “ผลไม้แช่อิ่ม” รสชาติเปรี้ยวอมหวานจี๊ดจ๊าด กินได้เพลินๆ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

ผลไม้แช่อิ่ม เป็นการถนอมอาหาร เก็บไว้กินเก็บไว้ขายได้นานเป็นปี ไม่เสีย การทำผลไม้แช่อิ่มขาย จึงเป็นอีกอาชีพน่าสนใจ เป็นการลงทุนที่แทบไม่มีคำว่าขาดทุนเลย

โดยเฉพาะเกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ อย่างสวนมะม่วง มะขาม ฯลฯ ถ้าผลไม้ขายไม่หมด ก็จะเน่าเสียได้ รวมถึงในปีที่ผลผลิตออกมาเยอะ ราคาถูก ขายขาดทุน การนำผลไม้มาทำแช่อิ่มยิ่งเป็นไอเดียเก๋กู้ด ที่สำคัญกำไรเพิ่มเป็นทวีคูณด้วย

อ.ขนิษฐา ชัยชาญกุล อาจารย์สอนหลักสูตรผลไม้แช่อิ่มสูตรธรรมชาติและการค้า ของมติชนอคาเดมี เผยว่า ถึงแม้ขั้นตอนการทำจะไม่ยุ่งยาก แต่การทำออกมาให้กรอบอร่อยรสชาติถูกปากได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนจะลงมือทำต้องทำความเข้าใจหลักการและขั้นตอนการทำให้ดีเสียก่อน อย่างแรกต้องคำนึงถึงปริมาณของวัตถุดิบทุกขั้นตอนให้มีปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ความสะอาดยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำของดอง เพราะถ้าหากผลไม้ไม่สะอาด จะทำให้เกิดเชื้อรา ทำให้ผลไม้เน่าเสียทั้งหมด

“ก่อนจะทำการแช่อิ่มได้ ผลไม้จะต้องผ่านการดองเพื่อไล่ความชื้นออกก่อน เพื่อให้สามารถดูดความหวานได้อย่างเต็มที่ การดองผลไม้ มีทั้งแบบใช้เคมีและแบบไม่ใช้เคมี รสชาติและระยะเวลาในการดองจะแตกต่างกันออกไป โดยผลไม้ที่นำมาแปรรูปจะต้องเป็นผลไม้ดิบและแก่เต็มที่เท่านั้น ห้ามนำผลไม้สุกมาดอง ภายหลังหลังจากการแปรรูปแล้วไม่ว่าจะเป็นการดองหรือแช่อิ่ม จะสามารถเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยราคาขายจะสูงกว่าผลไม้สดเป็นเท่าตัว และหากขายในห้างราคาจะสูงตามไปด้วย

“คอร์สที่จะมาสอนที่มติชนอคาเดมี เราจะสอนสูตรที่ไม่ใช้เคมี และจะแนะนำวิธีการใช้เคมีควบคู่ไปด้วย รวมถึงบอกทุกขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่วิธีการล้างผลไม้ไปจนถึงการแช่อิ่ม ผลไม้ที่จะนำมาสอนนั้นเป็นผลไม้พื้นฐาน 5 อย่างที่สามารถหาทานได้ทั้งปี ได้แก่ มะม่วง มะขาม มะกอก มะดัน กระท้อน”อ.ขนิษฐา เผย และว่า

คนที่มาเรียนจะได้ลงมือทำทั้งการดองและการแช่อิ่มที่ถูกวิธี จะได้ผลไม้ที่รสชาติดี และมีสีสันสวยงาม รวมถึงจะแนะนำวิธีการเข้าถึงแหล่งเกษตรกรสวนผลไม้โดยตรง ซื้อผลไม้ราคาถูก ให้แก่ผู้สนใจที่ไม่ใช่เจ้าของสวน แต่อยากทำผลไม้แช่อิ่มขายด้วย

แปรรูปผลไม้แช่อิ่ม ‘ร้านสมใจ’ สร้างความสำเร็จได้ ด้วยแนวคิด ‘เศรษฐกิจพอเพียง’

ผลไม้ดองหรือ ผลไม้แช่อิ่ม ตามฤดูกาลต่าง ๆ นับเป็นหนึ่งในการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกเพศ-ทุกวัย การทำ ผลไม้ดองหรือ ผลไม้แช่อิ่ม  เป็นอาหารกินเล่นยอดนิยมที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยกรรมวิธีในการถนอมอาหารแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยจับผลไม้ที่เหลือจากการขายหรือกินไม่หมด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ ๆ อร่อยไฉไลยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำขาย สร้างเป็นรายได้เสริม หรือรายได้หลัก ได้ไม่ยากอีกด้วย

“ ถ้าจะพูดถึงเมนูยอดนิยม เราคงต้องพูดถึง มะม่วงแช่อิ่ม” เรียกได้ว่า ลูกค้าขาประจำทุกคนไม่เคยพลาด ที่จะซื้อเมนูนี้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันทุกคน ส่วนเมนูอื่นๆ อย่าง มะขาม, มะปราง, มะดัน, กระท้อน, มะกอก, มะขามป้อม ก็ถือเป็นสินค้ายอดนิยมของร้านเราเหมือนกัน  เรียกได้ว่า หากคุณชื่นชอบผลไม้แช่อื่มมี่ร้านของมีแทบจะครบทุกอย่างเลยทีเดียว”

นี่คือ คำเอื้อนเอ่ยจากปากของ คุณสมใจ จินา เจ้าของผลิตภัณฑ์ สมใจผลไม้แช่อิ่ม ที่ได้ชักชวนให้ทีมงานของเรามาลองชิมสารพัดผลไม้แช่อิ่มรสชาติดี

“การทำผลไม้แช่อิ่ม สามารถทำเป็น “อาชีพหลัก” หรือ “อาชีพเสริม” เพิ่มรายได้จากเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยใช้สูตรการทำเฉพาะตัวของพี่ไปต่อยอด ให้ลูกค้าคนไทย และชาวต่างชาติ ได้รับประทานของอร่อย ที่ปราศจากสารพิษ (ไม่ใส่ขัณฑสกร-ไม่ใส่สารกันบูด) ซึ่งตรงส่วนนี้พี่รู้สึกภูมิใจนะที่ได้มีส่วนให้ลูกค้าได้กินอร่อย และจะดีมากๆ ถ้านักเรียนทุกคนสามารถนำความรู้ที่ได้จากพี่ไปต่อยอดความอร่อยได้ในอนาคต ” คุณสมใจ กล่าว

ส่วนที่มาของสูตรเด็ดการทำผลไม้แช่อิ่มนั้น…พี่สมใจ ได้เล่าให้ทีมงานเราฟังว่า..

“ภริยาของผู้พันคนเก่า ซึ่งท่านเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำผลไม้แช่อิ่ม ให้กับกลุ่มแม่บ้านของเรา ซึ่งเราได้นำมาต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านของเรา ตามนโยบายการสร้างเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ซึ่งในเขตพื้นที่ของเรามีผลผลิตประเภท มะม่วง’ และ กระท้อน’ เป็นจำนวนมาก แต่เดิมพอผลผลิตมีออกมาจำนวนมากเกินความต้องการของตลาด พอรับประทานไม่ทัน ก็เน่าเสียต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

“ดังนั้นเราจึงคิดหาทางแก้ไขด้วยนำผลไม้เหล่านี้มาแปรรูปแทน และพี่ต้องบอกก่อนเลยว่า ผลไม้ที่จะนำมาแปรรูปด้วยการแช่อิ่ม จะต้องเป็นผลไม้ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยช้ำ, เน่าเสีย จึงจะนำมาใช้แปรรูปได้ และวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด คือ การแช่อิ่ม หรือ การดอง  เพราะวิธีการนี้จะทำให้ปราศจากปัญหาเรื่องแมลงวัน-แมงหวี่ ที่จะมาตอม นอกจากนี้วิธีการดองของเรา ไม่ใช่การดองเกลือ แต่เป็นการดองธรรมชาติ ทำให้มั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของเรานั่นปราศจากสารพิษตกค้างอย่างแน่นอนค่ะ”

การเลือกใช้วัตถุดิบนั้นจะนำมาใช้ในแต่ละช่วงฤดูกาล อย่างช่วงฤดูของ มะม่วง’ หากมีผลผลิตที่มากเกินความต้องการบริโภค เราก็นำมาแปรรูปด้วยการแช่อิ่ม ทำให้สามารถเก็บรักษาผลผลิตได้นานขึ้น และเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อีกด้วย  นอกจากนี้ผลไม้ที่เรานำมาแช่อิ่มนั้น ยังสามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้นานนับปีอีกด้วย

เมนูผลไม้แช่อิ่มขายดีประจำร้าน  อาทิเช่น มะม่วงดอง, มะขามดอง, มะดันดอง, มะปรางดอง และกระท้อนดอง ซึ่งทั้ง 5 เมนูล้วนมีเอกลักษณ์ความอร่อยที่แตกต่างกันอย่าง มะม่วงดอง, มะขามดอง กับ กระท้อนดอง จะเน้นรสชาติกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวจัดเกินไป  ส่วน มะปรางดอง จะมีรสชาติเปรี้ยวจัด ถูกใจคนชอบทานเปรี้ยวอย่างแน่นอน ส่วนเมนู กระท้อนดอง กับ มะดันดอง จะมีเนื้อนิ่มรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับคนสูงอายุ สำหรับคนที่ชอบทานผลไม้แช่อิ่มน่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

5
4

เรามีกลุ่มสมาชิกแม่บ้านจำนวนเป็นร้อยคน ทุกคนก็เรียนรู้เทคนิคมาจากวิทยากร และสามารถทำผลไม้แช่อิ่มได้ทุกคน โดยแต่ละคนในกลุ่มเราเองจะแบ่งหน้าที่กันแบบชัดเจน มีทั้งในส่วนของแผนกคัดเลือกวัตถุดิบ, แผนกการผลิต, แผนกบรรจุภัณฑ์  และแผนกการจัดจำหน่าย โดยทุกคนสามารถแบ่งหน้าที่กันได้อย่างชัดเจน ทำให้กลุ่มแม่บ้านของเรามีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่าง ‘ผลไม้แช่อิ่ม ร้านสมใจ’ ที่กลายมาเป็นสินค้าขายดีจนถึงปัจจุบันค่ะ

การทำผลไม้แช่อิ่มที่สามารถนำไปต่อยอดทำขาย สร้างเป็นรายได้หลัก หรือรายได้เสริมไม่ยากอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรได้อีกด้วย เพราะขนาดตัวพี่เองเคยลงทุนซื้อวัตถุดิบในราคา 1,500 บาท ก็สามารถสร้างกำไรให้ได้ถึง 6,000 กว่าบาทเลยทีเดียว เป็นจุดประกายชีวิต สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราทำสินค้าออกมาจำหน่ายได้ และที่สำคัญที่บ้านเราไม่เคยเป็นหนี้ และไม่เคยกู้เงินมาใช้ในการทำธุรกิจเลย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

คุณสมใจ กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับทำงานไว้อย่างน่าสนใจว่า…. “สำหรับคนที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่คุณมีจิตใจที่มุ่งมั่น  ไม่ว่าจะ ‘งานหนัก’ หรือ ‘งานเบา’ ก็สำเร็จได้ไม่ยากอย่างแน่นอน ”

ผู้อ่านที่สนใจอยากลิ้มลองความอร่อยของสินค้าผลไม้แช่อิ่มของ คุณสมใจ จินา สามารถติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์โทร. 0861539766 ได้ทุกวัน

 

ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์